GoodDay Hokkaido

  1. HOME
  2. ข่าว & กิจกรรม
  3. สัมผัสธรรมชาติอันน่าประทับใจในฮอกไกโด ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม

ข่าว & กิจกรรม

2020.02.14

สัมผัสธรรมชาติอันน่าประทับใจในฮอกไกโด ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม

ล่องเรือในคาบสมุทรชิเระโตะโกะพร้อมกับปลาวาฬ

01 nature_R

คาบสมุทรชิเระโตะโกะซึ่งเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติเพียงแห่งเดียวของฮอกไกโด ในเมือง Rausucho ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะจะมีการจัดทัวร์ล่องเรือ Shiretoko Nature Cruise ซึ่งในฤดูหนาว (เดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม)จะเป็นการล่องเรือในธารน้ำแข็ง และในฤดูร้อน (เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม)จะเป็นช่วงที่ดูปลาวาฬ ปลาโลมาและการส่องดูนก ที่เป็นตามธรรมชาติอย่างแท้จริง

กัปตันกล่าวว่า “เมืองRausuเป็นจุดดีที่สุดสำหรับการดูปลาวาฬญี่ปุ่น” ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายนมีความเป็นไปได้สูงที่จะพบวาฬหัวทุย ส่วนในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคมมีความเป็นไปได้สูงที่จะพบปลาโลมามากกว่า 70% นอกจากนี้ยังสามารถเห็นสัตว์อนุรักษ์ทางธรรมชาติจำนวนมากเช่นนกอินทรีหางขาว นกอินทรีทะเลชเต็ลเลอร์อย่างใกล้ชิด ทำให้ผู้โดยสารก็ตื่นเต้นเช่นกัน! ทางเว็บไซต์ได้ทำ “ปฏิทินสัตว์ที่พบเห็นได้” ซึ่งเป็นช่วงที่สามารถจะเห็นสัตว์ได้ง่ายในแต่ละเดือน ก่อนจะเดินทางมาก็อย่าลืมตรวจเช็คกันล่วงหน้าสำหรับสัตว์ที่คุณสนใจนะคะ

※เนื่องจากวาฬและโลมาเป็นสัตว์ตามธรรมชาติ จึงไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะได้เห็น 100%
※การล่องเรือShiretoko Nature Cruise ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ซึ่งมีโอกาสที่จะไม่สามารถล่องเรือได้

Shiretoko Nature Cruise
ที่อยู่ : 27-1 Honcho, Rausu-cho, Menashi-gun, Hokkaido
※ท่าขึ้นเรือท่องเที่ยวตั้งอยู่ในท่าเรือตกปลา Rausu เดินจากสถานที่ขายตั๋วประมาณ 5 นาที
เวลาออกเดินทาง: ขึ้นอยู่กับการล่องเรือและฤดูกาล
การเดินทาง : ประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาทีโดยรถยนต์จากสนามบิน Nakashibetsu Airport
เว็บไซต์:http://www.e-shiretoko.com/

ร้านกาแฟที่มีตะเกียงโคมไฟสว่างไสวถึง 167 ชิ้น

02 kitaichi_R

“Kitaichi Glass Otaru” เป็นบริษัทใหญ่ยักษ์ที่ผลิตสินค้าเกี่ยวกับแก้วมาตั้งแต่ช่วงยุคสมัยเริ่มโชวะ ได้มีผลงานมากมายและ “อาคารประวัติศาสตร์ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยเมืองโอตารุ” และ “Kitaichi glass three Building” ก็เป็นหนึ่งในนั้น สำหรับตึกที่กล่าวมานั้นถูกย้อมเป็นสีอิฐและยังเป็นตึกที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานมาตั้งแต่สมัยยุคเมจิราวกับดึงคุณไปอยู่ในอีกโลก

แม้ว่าภายในร้านนั้นไม่มีไฟฟ้า แต่ในช่วงระหว่างเวลาเปิดให้บริการคุณอาจมีโอกาสได้ชมตะเกียงโคมไฟอันสว่างไสวไม่ว่าจะเป็นจากโต๊ะ โคมไฟ ผนังด้านในและบริเวณอื่นถึง 167 ชิ้นกันเลยทีเดียว บอกเลยว่าเป็นช่วงเวลาที่โรแมนติกสุดๆ และทุกเช้าตั้งแต่ช่วงเวลา 8:45 สต๊าฟภายในร้านจะเริ่มจุดไฟ สิ่งที่คุณไม่ควรพลาดเลยคือการชม “จุดตะเกียงไฟ” จากโคมไฟระย้าค่ะ! นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีเมนูซอฟต์ครีม ชานมที่ใช้วัตถุดิบหลักเป็นนมสดจากฮอกไกโด เพียงแค่คุณมาที่นี่คุณจะรู้สึกเหมือนถูกต้องมนต์ย้อนยุคกลับไปอีกยุคเลยล่ะ

Kitaichi Glass Three Building (Kitaichi Hall)
ที่อยู่ : 7-26 Sakaimachi, Otaru, Hokkaido
เวลาเปิดให้บริการ : 8:45 น. – 18:00 น.
การเดินทาง : จากสถานี Minami-Otaru เดินเท้าประมาณ 10 นาที
เว็บไซต์ : https://kitaichiglass.co.jp/

“อาทิตย์อัสดงที่ยิ่งใหญ่ติดหนึ่งในสามของโลก” ที่ชาวคุชิโระภาคภูมิใจ

03 nusamai_R

Doto Kushiro นั้นเป็นที่รู้จักกันในฐานะ “เมืองที่สามารถชมพระอาทิตย์ตกดินที่ยิ่งใหญ่ติดหนึ่งในสามของโลก” โดยจากสถานี JR Kushiro ไปยังถนนสายหลัก “Kita-Odori” ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 15 นาที คุณจะพบกับสะพานที่ใหญ่ติดหนึ่งในสามของฮอกไกโดที่มีความยาว 124 เมตรที่มีชื่อว่าสะพาน “Nusamai” บริเวณนั้นมีเรือสำราญ “SEA CRANE” ที่คุณสามารถชมทิวทัศน์พระอาทิตย์ตกดิน เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่ดีในการชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยล่ะ

หากคุณมองไปที่ท่าเรือ Kushiro ยามอาทิตย์อัสดงที่มีรูปปั้นบรอนซ์สี่ตัวที่มีชื่อว่า “Shiki no Zo” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากฤดูทั้งสี่ล่ะก็จะให้ความรู้สึกเหมือนคุณอยู่ในเกาะบาหลีหรือมะนิลาเลยล่ะ อีกทั้ง หลังจากพระอาทิตย์ตกดินไปประมาณ 30 นาทีไลท์อัพยามค่ำคืนจะเริ่มต้นขึ้น ลองแวะไปที่ร้านอาหารท้องถิ่นและชิมกับเมนูที่มีเฉพาะในเมืองนี้ อาทิ “Kushiro Yuhi Highball” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระอาทิตย์ตกดิน และอื่นๆ อีกมากมาย

Nusamai Bridge
ที่อยู่ : 1 Kitaodori, Kushiro-shi, Hokkaido
ช่วงเวลาไลท์อัพ : ทุกวันหลังจากพระอาทิตย์ตกดินจนถึงเวลาเที่ยงคืน
การเดินทาง : จากสถานี JR Kushiro ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 15 นาที
เว็บไซต์ท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการของ Kushiro / Akan:http://ja.kushiro-lakeakan.com/things_to_do/3688/
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว : https://th.visit-hokkaido.jp/spot/detail.php?id=892

ครั้งแรกของการชมใบไม้เปลี่ยนสีตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิที่บิเอะ

04 biei_R

หากพูดถึงใบไม้เปลี่ยนสี หลายๆ คนคงนึกถึงอิมเมจของฤดูใบไม้ร่วงใช่มั้ยล่ะคะ แต่เพื่อนๆ รู้มั้ยว่าคุณสามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ถึง 3 ครั้งตลอดทั้งปีที่บิเอะเลยนะ

ตามปกติแล้วใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีในช่วงต้นเดือนตุลาคม และช่วงพีคที่สุดคือช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายนค่ะ แต่ที่จริงแล้วคุณสามารถชมความงดงามของใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ผลิที่บิเอะได้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤษภาคมเลยนะ “ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ผลิ” นั้นเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สามารถมองเห็นได้เมื่อคลอโรฟิลล์สีเขียวของต้นไม้ไม่เพียงพอในช่วงฤดูใบไม้ผลิ จึงก่อนให้เกิดการเปลี่ยนเป็นมองเห็นเป็นสีแดงและสีเหลือง อุณหภูมิโดยเฉลี่ยนั้นอยู่ที่ประมาณ 13 องศา บอกได้เลยว่าภาพทิวทัศน์อันงดงามการไล่สีแดง เหลือง เขียวบนเทือกเขาที่ยังมีหิมะหลงเหลืออยู่นั้นงดงามราวกับภาพวาดเลยล่ะ!

สำหรับจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ผลิที่เราอยากแนะนำคือเขื่อน Seidai ใน Akabane สามารถเดินทางได้โดยรถยนต์เพียง 10 นาที จากสถานี Biei สาย JR Furano

ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ผลิที่มิเอะ
ที่ตั้ง : Nakaubakubetsu, Biei-cho, Kamikawa-gun, Hokkaido
Oka no Machi Biei DMO:https://mybiei.jp/en/
สมาคมการท่องเที่ยวเมืองบิเอะ:https://www.biei-hokkaido.jp/en/

การผสมผสานระหว่างร้านคาเฟ่และโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์

05 sekkei_R

Higashikawa เป็นเมืองทางตอนเหนือของฮอกไกโดที่ขึ้นชื่อในเรื่องงานไม้และ “Kita no Sumaisekkeisha” เป็นชื่อของร้านรับจ้างออกแบบและผลิตเฟอร์นิเจอร์ภายในเมืองนี้ โดยที่นี่ได้รีฟอร์มโรงเรียนประถมใหม่ให้กลายเป็นสถานที่ปฏิบัติการงานฝีมือ

ห้องเรียนในอดีตปัจจุบันได้กลายเป็นสถานที่ปฏิบัติการของเหล่าช่างฝีมือ แปรสภาพที่นี่ให้เป็นโชว์รูมที่ขายเฟอร์นิเจอร์และสินค้าเบ็ดเตล็ด โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดไม่มีการใช้ยาฆ่าแมลงหรือยาฆ่าเชื้อโรค จึงเป็นสินค้าเฟอร์นิเจอร์ออริจินัลและเครื่องครัวดั้งเดิมที่ทำจากไม้ธรรมชาติฮอกไกโด 100% นอกจากนี้ยังมีสินค้าเบ็ดเตล็ดอีกหลายประเภท จึงมีแฟนๆ จากทั่วประเทศที่กำลังมองหาสิ่งที่สามารถใช้งานได้เป็นเวลานานในขณะเดินทางแวะเวียนมาอย่างไม่ขาดสาย

นอกจากนี้ ยังมีร้านคาเฟ่และเบเกอร์รี่ที่มีทั้งพิซซ่าที่ใช้ส่วนผสมท้องถิ่นภายในฮอกไกโด พาสต้า ขนมปังที่ทำจากยีสต์ธรรมชาติและอื่นๆ หากคุณแวะเวียนมาที่นี่ คุณจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และ “อาหาร” คู่กับ “การใช้ชีวิต”

Kita no Sumaisekkeisha
ที่ตั้ง : East 7 North 7 Line, Higashikawa-cho, Hokkaido
เวลาเปิดให้บริการ : 10:00 น. – 18:00 น. (คาเฟ่เปิดให้บริการถึง 17:30 น.)
วันหยุดประจำ : วันพุธ
การเดินทาง : ขับรถจากในเมือง Asahikawa ใช้เวลาประมาณ 45 นาที
เว็บไซต์:http://www.kitanosumaisekkeisha.com/

การชมดอกซากุระในบรรยากาศของราชวงศ์เมจิ

06 twenty_R

แนวต้นซากุระบนถนนสายที่ 20 นั้นเป็นถนนที่สร้างขึ้นเพื่อต้อนรับพระราชวงศ์เยี่ยมชมฟาร์ม Hidaka ในยุคเมจิ ถนนที่ทอดตัวยาวประมาณ 7 กม. มีดอกซากุระมากกว่า 2,000 ดอกซึ่งปัจจุบันได้รับเลือกให้เป็น “หนึ่งใน 100 อันดับถนนยอดนิยมของญี่ปุ่น”, “100 สถานที่ชมซากุระที่มีชื่อเสียง” และ “มรดกฮอกไกโด” โดยในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนพฤษภาคมจะคับคั่งไปด้วยผู้คนจากทั่วประเทศถึง 100,000 คนกันเลยทีเดียว

เดินเล่นชมท้องฟ้าที่ถูกย้อมให้เป็นสีชมพูให้ความรู้สึกเหมือนเป็นราชวงศ์กันเถอะ! นอกเหนือจากการชมดอกซากุระขณะขับรถไปตามแนวต้นซากุระแล้ว เราขอแนะนำให้คุณเช่าจักยานแล้วปั่นชมอุโมงค์ซากุระกันดีกว่า ในช่วงต้นเดือนถึงกลางเดือนพฤษภาคมของทุกปีจะมีงานเทศกาล “Shizunai Sakura Festival” เป็นโอกาสดีที่คุณจะได้เข้าชม Ryuunkaku ซึ่งเป็นเกสต์เฮาส์ที่สร้างขึ้นในปี 1909 ซึ่งโดยปกติจะไม่เปิดให้เข้าชมอีกด้วยนะ

แนวต้นซากุระบนถนนสายที่ 20
ที่ตั้ง : Shizunaimisono / Shizunaitahara, Shinhidaka-cho, Hidaka-gun, Hokkaido
การเดินทาง : จากสถานี JR Shizunai นั่งรถ Donan บัสที่มุ่งหน้าไป “Noya” ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ลงที่ป้าย “Sakuragaoka Elementary School” จากนั้นเดินเท้าต่อประมาณ 15 นาที
เมือง Shin-Hidaka : http://www.shinhidaka-hokkaido.jp/
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว : https://th.visit-hokkaido.jp/spot/detail.php?id=111

このエントリーをはてなブックマークに追加
pagetop