News & Events

รวมจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในฮอกไกโดที่พลาดไม่ได้ ตอนที่ 2

【ทิวต้นแปะก๊วยที่มหาวิทยาลัยฮอกไกโด หนึ่งในจุดท่องเที่ยวชื่อดังของซัปโปโร】

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ที่ฮอกไกโดยังมีอีกนับไม่ถ้วน หนึ่งในนั้นคือมหาวิทยาลัยฮอกไกโด (Hokkaido University) วิทยาเขตซัปโปโรซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยรัฐบาลชั้นนำของญี่ปุ่น ตั้งอยู่บนทำเลทองใกล้กับสถานีรถไฟซัปโปโร (Sapporo Station) จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้จะกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของใครหลายคน

จุดที่คนต้องไปเก็บภาพสวยๆ นั่นก็คือทิวต้นแปะก๊วย 70 ต้นที่เรียงตัวจากฝั่งตะวันออกยาวไปจนถึงฝั่งตะวันตกประมาณ 380 เมตร ช่วงปลายตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายนของทุกปีใบจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง จะเงยหน้าดูบนต้นหรือจะก้มดูบนพื้นก็เต็มไปด้วยใบสีเหลืองทอง ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็สวยจนน่าประทับใจอย่างยิ่ง วันเสาร์-อาทิตย์สุดท้ายของเดือนตุลาคมก็จะมีการจัดเทศกาล Konyosai ซึ่งพอตกกลางคืนจะได้เพลิดเพลินกับแสงไฟที่สาดใส่ต้นแปะก๊วยแบบเต็มๆ เกิดเป็นวิวที่สวยจนน่าอัศจรรย์

เนื่องจากพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยฮอกไกโดนั้นค่อนข้างกว้างมาก หากเดินจากประตูทางเข้าหน้ามหาวิทยาลัยจนถึงทิวต้นแปะก๊วยก็จะใช้เวลาราว 15 นาที แต่ระหว่างทางก็จะสามารถชมอาคารสถาปัตยกรรมที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ด้วยเช่นกัน หรือถ้าอยากเน้นดูใบแปะก๊วยเพียงอย่างเดียว แนะนำให้นั่งรถไฟใต้ดิน Namboku Line มาลงที่สถานีคิตะจูนิโจ (Kitajunijo Station) จะใช้เวลาเดินเพียงแค่ 4 นาทีเท่านั้น


■การเดินทาง : เดินจาก Sapporo Station ราว 10 นาทีจะถึงทางเข้าด้านหน้ามหาวิทยาลัย หรือ เดินจากสถานีรถไฟใต้ดิน Kitajunijo Station ราว 4 นาทีจะถึงทิวต้นแปะก๊วย


【ชมอุโมงค์เมเปิลแดงที่ Hiraoka Tree Art Center บริเวณชานเมืองซัปโปโร】

ในเขตเมืองซัปโปโร (Sapporo) ยังมีสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่อลังการมากๆ อีกก็คือ Hiraoka Tree Art Center ที่นี่เราจะได้เพลิดเพลินไปกับพืชพรรณและดอกไม้ในทัศนียภาพที่งดงามที่รวมกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นต่างๆ ผ่านสวนสไตล์ญี่ปุ่น สวนสไตล์ตะวันตก ทิวต้นซากุระ เป็นต้น

พอเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วง ต้นเมเปิลกว่า 800 ต้นต่างประชันความสวยงามกันเต็มที่ จนแนวต้นเมเปิลสองข้างที่ขนาบทางเดินกลายเป็นอุโมงค์เมเปิลที่น่าอัศจรรย์ ภายในสวนนั้นมีการปลูกต้นไม้ตระกูลเมเปิลด้วยกัน 8 สายพันธุ์ อาทิ Yamamomiji Nomuramomiji Shidaremomiji ฯลฯ ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้แค่ต้นเมเปิลสีแดง ยังมีต้นไม้สีเขียวอีกหลากหลายสายพันธุ์ที่ช่วยส่งเสริมกันตกแต่งสวนให้เกิดเป็นทัศนียภาพที่มีเสน่ห์น่าชื่นชมมาก


■การเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tozai Line ไปลงที่ Oyachi Station จากนั้นเปลี่ยนไปนั่ง Chuo Bus (大69) ไปลงที่ป้าย Hiraoka 4 Jo 2 Chome แล้วเดินเท้าต่ออีก 1 นาที (สามารถนั่งสาย大66 หรือ大67 ได้เช่นกันมาลงที่ป้าย Hiraoka 4 Jo 3 Chome) แล้วเดินเท้าต่ออีก 5 นาที) หรือ นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tozai Line ไปลงที่ Sapporo Station จากนั้นเปลี่ยนไปนั่ง Chuo Bus (新111) / JR Bus (循環新111) ไปลงที่ป้าย Hiraoka 4 Jo 2 Chome แล้วเดินเท้าต่ออีก 1-2 นาที
■ที่อยู่ : 3 Chome Hiraoka 4 Jo, Kiyota-ku, Sapporo-shi, Hokkaido 004-0874
■เวลาทำการ : ระหว่างวันที่ 29 เมษายนถึง 3 พฤศจิกายน 8:45-17:15 น.
■วันหยุด : วันจันทร์ (หากตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์จะย้ายไปหยุดวันอังคารแทน)


【วิวมุมสูงจากไหล่เขาที่สูงที่สุดในเส้นทางหลวงฮอกไกโด】

เปลี่ยนบรรยากาศมาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่อยู่ห่างไกลความจอแจของเมืองใหญ่กันที่ไหล่เขามิกุนิ (Mikuni Pass) บริเวณนี้เป็นเส้นทางขับรถที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,139 เมตร ถือเป็นถนนทางหลวงฮอกไกโดที่สูงที่สุดบนเกาะฮอกไกโด ในฤดูร้อนจะสามารถชมวิวพาโนรามาของเทือกเขา และป่าดงดิบที่สวยงามได้ แต่แนะนำให้ไปช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่มีใบไม้เปลี่ยนสีก็จะสวยงามเป็นพิเศษ เพราะป่าดงดิบอันกว้างใหญ่ไพศาลและเทือกเขาที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเปลี่ยนโฉมเป็นสีสันสดใส ที่นี่จึงเป็นเส้นทางขับรถเปี่ยมเสน่ห์ที่แม้แค่ขับผ่านก็เก็บความประทับใจไปเต็มๆ

วิวที่โด่งดังของไหล่เขามิกุนิคือ สะพานมัตสึมิ (Matsumi Bridge) สีแดงที่ทอดยาวเหนือป่าดงดิบ โดยจะต้องมองจากสะพานเรียกุชิน (Ryokushin Bridge) ก็จะเห็นทิวทัศน์อันสวยงามของสะพานมัตสึมิที่รายล้อมโดยธรรมชาติสวยตระการตาจนได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 100 มุมถ่ายรูปสวยของฮอกไกโด

หากต้องการชมวิวเรื่อยๆ อย่างไม่รีบร้อน แนะนำให้ไปที่จุดชมวิวซึ่งอยู่ตรงจุดแวะพักของไหล่เขามิกุนิ เนื่องจากบริเวณนั้นมีคาเฟ่ชื่อ Mikuni Pass café ซึ่งจำหน่ายกาแฟและของว่างให้เติมพลังระหว่างชมวิวสวยๆ ด้วย


■ช่วงพีคใบไม้เปลี่ยนสี : ปลายกันยายนถึงกลางตุลาคม
Mikuni Pass
■การเดินทาง : ขับรถจากใจกลางเมืองซัปโปโรประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง (ใช้เส้นทาง Hokkaido Expressway Pippu JCT)
■ที่อยู่ : Mitsumata, Kamishihoro-cho, Kato-gun, Hokkaido
■ที่จอดรถ : จอดฟรี (15 คัน)
Mikuni Pass café
■เวลาทำการ : 8:30-16:30 น.


【สัมผัสธรรมชาติแสนอุดมสมบูรณ์ที่บึงชินเซ็นนุมะ】

อีกจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่แนะนำคือบึงชินเซ็นนุมะ (Shinsennuma Marsh) ตั้งอยู่ที่ตำบลเคียววะ (Kyowa) ทางตอนเหนือของตำบลนิเซโกะ (Niseko) บึงแห่งนี้แลดูลึกลับราวกับเป็นที่สถิตของเทวดาหรือนักพรตตรงตามความหมายของอักษรคันจิที่ใช้เขียนในชื่อบึง และยังเป็นที่รู้จักในฐานะจุดชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยมาก เมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาเยือน นักท่องเที่ยวต่างเดินทางมาเยี่ยมชมกันอย่างไม่ขาดสาย

สิ่งที่วิเศษที่สุดของบึงชินเซ็นนุมะนั่นก็คือทิวทัศน์สุดสะพรึงตามแบบฉบับฮอกไกโดที่รายล้อมระหว่างทางที่กำลังเดินเล่น แล้วยิ่งพอเดินลึกเข้าไปเท่าไร เราก็จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ดูลึกลับมากขึ้นเท่านั้น หากอากาศปลอดโปร่งและไม่มีลมพัด เราก็จะมองเห็นต้นไม้ที่อยู่อีกฟากของบ่อน้ำสีฟ้าสะท้อนชัดบนผิวน้ำ จนแทบแยกไม่ได้เลยค่ะว่าอันไหนคือภาพสะท้อนหรืออันไหนคือต้นไม้จริงๆ ราวกับหลุดไปในโลกสุดพิศวง

ช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีแล้ว บริเวณรอบๆ สระน้ำจะเกิดปรากฏการณ์ที่ซากพืชที่แห้งตายจะทับถมกันจนกลายเป็น “เกาะลอย” พ้นขึ้นมาบนผิวน้ำ ทิวทัศน์ที่หญ้าสีเหลืองทองปรากฏท่ามกลางฉากหลังเป็นท้องฟ้าสีครามนั้นสวยราวกับภาพวาด และอีกสิ่งที่ดีมากก็คือมีการทำทางเดินสำหรับเดินเที่ยวในบึงชินเซ็นนุมะไว้ ทำให้เดินเล่นได้สบายๆ ช่วงพีคของใบไม้เปลี่ยนสีจะอยู่ช่วงตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนถึงกลางเดือนตุลาคม


■การเดินทาง : ขับรถจากใจกลางเมืองซัปโปโรโดยใช้เส้นทางหลวงฮอกไกโดหมายเลข 66 ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 15 นาที
■ที่อยู่ : Maeda, Kyowa-machi, Iwanai-gun, Hokkaido
■เวลาทำการ : ปลายพฤษภาคมถึงต้นพฤศจิกายน
■ค่าเข้าชม : ฟรี


【ทะเลสาบรูปหัวใจที่รายล้อมด้วยป่าไม้】

ปิดท้ายจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีตอน 2 กันที่เมืองเอริโมะ (Erimo) ซึ่งตั้งอยู่ด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะฮอกไกโด มีทะเลสาบชื่อว่าโทโยนิ (Lake Toyoni) ซึ่งมีเส้นรอบวงขนาด 1 กิโลเมตร เมื่อมองผิวน้ำทะเลสาบที่ล้อมรอบด้วยป่าดงดิบจากด้านบนจะเห็นเป็นรูปหัวใจ ทำให้ทะเลสาบแห่งนี้ถูกเรียกว่า “Heart Lake” หรือ “ทะเลสาบรูปหัวใจ” นั่นเองค่ะ โดย Shiroi Koibito ขนมเจ้าดังของฮอกไกโดได้มาถ่ายทำโฆษณาที่นี่ ทำให้กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

ทะเลสาบโทโยนิที่มีน้ำสีมรกตสวยๆ แต่เดิมได้รับการขนานนามจากชนเผ่าไอนุว่าเป็น “หนองน้ำแห่งเทพเจ้า” หากไม่ได้มองจากด้านบนอาจดูไม่ออกว่าทะเลสาบมีรูปทรงคล้ายหัวใจ แต่เราก็สามารถเดินไปชมได้ถึงริมน้ำ ป่าโดยรอบนั้นเป็นป่าธรรมชาติที่มีทั้งกวางทั้งหมีอาศัยอยู่ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งอาศัยของตัวไพกาที่ว่ากันว่ามีมาตั้งแต่ยุคน้ำแข็ง จึงได้รับการอนุรักษ์จากจังหวัดฮอกไกโด

ในช่วงต้นถึงกลางเดือนตุลาคมนั้นต้นไม้ที่อยู่รอบทะเลสาบจะเปลี่ยนสีสันเกิดเป็นใบสีเหลืองแดง จึงมองเห็นทะเลสาบรูปหัวใจรายล้อมด้วยใบไม้เปลี่ยนสี และยังมีทัวร์นั่งเฮลิคอปเตอร์ชมทะเลสาบซึ่งจัดเฉพาะฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้น (สำหรับปี 2020 งดจัดเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา)


■การเดินทาง : ขับรถจากสถานีรถไฟ JR Samani Station ใช้เวลา 2 ชั่วโมง ที่จอดรถจะอยู่ห่างจากริมทะเลสาบประมาณ 200 เมตร *หากต้องการเดินไปริมทะเลสาบจะต้องไปกรอกใบขออนุญาตเข้าป่าบริเวณที่จอดรถ
■ที่อยู่ : Lake Toyoni, Meguro, Erimo-cho, Horoizumi-gun, Hokkaido

PAGE TOP