News & Events

รวมจุดท่องเที่ยวแนะนำประจำเดือนมิถุนายน ตอนที่ 1

【ชวนแช่บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติใกล้ทะเลสาบแสนงดงาม】

เดือนมิถุนายนเป็นเวลาที่เหมาะของการแช่ออนเซ็นค่ะ วันนี้เราจะพาไป Marukoma Onsen ออนเซ็นลับทีเด็ดของฮอกไกโด ที่อยู่ห่างจากสนามบิน Shin Chitose หรือ New Chitose Airport เพียงแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น! จากสนามบินนั่งบัสเพียงแค่หนึ่งชั่วโมง เราก็จะมาถึง Lake Shikotsu ที่ซึ่งคุณจะได้ธรรมชาติอันงดงามของฮอกไกโด และน้ำพุร้อนของ Marukoma Onsen นี้ก็มาจากน้ำพุร้อนธรรมชาติของ Lake Shikotsu ที่ลักษณะของน้ำจะเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติไปในแต่ละฤดูกาลด้วยค่ะ


หากคุณพักค้างคืนที่นี่คุณจะได้สัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ แต่ถึงแม้ว่าจะลองมาแบบเช้าเย็นกลับก็สามารถชื่นชมธรรมชาติที่สวยงามได้ไม่แพ้ค้างคืนเลยค่ะ นอกจากนี้เรายังมีออนเซ็นแบบส่วนตัวไว้บริการด้วยนะคะ


ส่วนอาหารขึ้นชื่ออย่างหนึ่งของ Lake Shikotsu ก็คือ Himemasu (มาจากภาษาไอนุ เป็นปลาแซลมอนพันธุ์หนึ่ง) ซึ่งจะปรุงด้วยเตาอิโรริแบบโบราณ คุณสามารถลิ้มรสเมนูนี้แบบญี่ปุ่นแท้ๆ ได้เลยค่ะ

Marukoma Onsen


<การเดินทาง> นั่งบัสจาก New Chitose Airport ถึง Lake Shikotsu Bus Terminal ใช้เวลา 54 นาที หรือจากสถานี JR Shin Chitose ถึง Lake Shikotsu Bus Terminal ใช้เวลา 44 นาที มีรสรับส่งจาก Bus Terminal ถึง Marukoma Onsen
<ติดต่อจองที่พัก> https://asp.hotel-story.ne.jp/ver3d/planlist.asp?hcod1=79781&hcod2=001&mode=seek&clrmode=true&reffrom=
<ที่อยู่> 7 Horobinai, Chitose, Hokkaido 066-0287


【ชมทุ่งดอกชิบะซากุระกว้างสุดลูกหูลูกตา】

ดอกซากุระที่บานสะพรั่งนั้น ไม่ว่าใครก็ชอบ สำหรับซากุระที่จะแนะนำต่อไปนี้คือ Shibazakura ซากุระที่ไม่ได้เป็นต้นสูง แต่เป็นทุ่งกว้างที่สวยน่ารักไม่แพ้ซากุระที่เรารู้จักกันเลยล่ะค่ะ ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมไปจนถึงต้นเดือนมิถุนายน ชิบะซากุระจะบานสะพรั่งในทุ่งกว้างใหญ่ที่ “Shibazakura Takinoue Park” แต่เชื่อไหมคะว่า ความจริงแล้วชิบะซากุระจำนวนมากมายขนาดนี้ เติบโตขึ้นมาจากเมล็ดพันธุ์แรกเริ่มจำนวนเท่ากับแค่ลังส้มหนึ่งลังกระดาษเท่านั้นเอง ในทุกๆ ปีดอกไม้เหล่านี้จะเพิ่มจำนวนขึ้นจนในปัจจุบันกินพื้นที่ถึง 100,000 ตารางเมตรเลยทีเดียวค่ะ


ช่วงที่ชิบะซากุระจะบานเต็มที่อยู่ระหว่างกลางถึงปลายเดือนพฤษภาคมของทุกปี ดอกไม้เหล่านี้นอกจากจะมีสีชมพูสดใสดูสวยน่ารักแล้วยังมีกลิ่นหอมหวานลอยละล่องไปทั่วเมือง และในช่วงที่ชิบะซากุระกำลังบานนี้ ที่ Takinoue Park แห่งนี้ก็มีงานเทศกาล Shibazakura Matsuri ซึ่งมีไฮไลท์อยู่ที่การขึ้นไปชมวิวด้วยเฮลิคอปเตอร์ (Helicopter Kuuchuu Sanpo) ซึ่งรับรองได้ว่าคุณจะสามารถชมวิวได้ทั่วถึงแน่นอนค่ะ นอกจากนี้ก็ยังมี Shibazakura Softcream กลิ่นหอมซากุระรสชาติละมุนลิ้นที่รอให้คุณได้ลองชิมอยู่ที่นี่ด้วยปีละครั้งเท่านั้น

ด้วยผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ Shibazakura Matsuri ของปี 2020 นี้ถูกยกเลิกแล้ว แต่ทั้งนี้ทางเมือง Takinoue จะมีการเผยแพร่ภาพถ่ายสวยๆ ของทุ่งดอกชิบะซากุระให้ได้ชมกันแทนค่ะ


<การเดินทาง>
1) นั่งบัสจากเทอร์มินัลหน้าสถานีซัปโปโร ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 40 นาที ลงป้าย Takinoue เดินประมาณ 10 นาที
2) จากสถานี Asahikawa นั่งบัส 120 นาที ลงป้าย Takinoue เดินประมาณ 10 นาที
<ค่าเข้าชม> (ช่วงงานเทศกาล Shibazakura Matsuri) ผู้ใหญ่ 500 เยน, เด็ก 250 เยน


【นั่งรถไฟสาย Hanasaki เที่ยวสุดสายตะวันออกของญี่ปุ่น】

Hanasaki Line คือหนึ่งในสายรถไฟของ JR Nemuro Main Line ซึ่งมีระยะทางที่เชื่อมต่อระหว่าง Kushiro และ Nemuro ทั้งสิ้นถึง 135.4 กิโลเมตร ถือว่าเป็นสายรถไฟที่ยาวที่สุดในฮอกไกโด คุณสามารถชมวิวสองข้างทางอันกว้างใหญ่ รวมถึงบรรดาสัตว์น้อยน่ารัก ไม่ว่าจะเป็นฝูงน้องวัว หรือสัตว์เลี้ยงของฟาร์มต่างๆ ไปพลางๆ ได้ด้วยนะคะ ซึ่งจุดที่เราแนะนำคือ Bekanbeushi-shitsugen หรือเรียกอีกชื่อว่า Bakanbeushi Marsh (Bakanbeushi มาจากภาษาไอนุซึ่งหมายถึง สถานที่ที่เต็มไปด้วย “แห้ว”) บริเวณนี้คุณจะพบกับทิวทัศน์ที่สวยงามของทุ่งหญ้าเขียวขจีและสายน้ำใสสะอาด และหากโชคดีคุณอาจจะได้เห็นสัตว์หายากเช่น นกกระเรียนมงกุฎแดง (Red-crowned crane) หรือกวาง Ezo shika รวมถึงสัตว์ชนิดอื่นๆ ที่จะพบได้แค่เพียงในฮอกไกโดด้วยนะคะ

ลวดลายรอบรถไฟขบวนนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากมังงะเรื่อง Lupin The Third (Lupin Sansei) และกลีบดอกสีแดงของดอก Hanamasu (Rosa rugosa กุหลาบพันธุ์หนึ่งของญี่ปุ่น) รวมถึงรูปร่างของเกล็ดหิมะ ทั้งหมดนี้ได้กลายมาเป็นดีไซน์ของรถไฟสาย Hanasaki หรือเรียกว่า Hanasaki รถไฟสายเปิดโลก ก็ได้ค่ะ นอกจากนี้ยังมีอาหารเอร็ดอร่อยมากมายที่ให้บริการ เช่น Gotouji Bento เบนโตะสดใหม่จากท้องถิ่นที่ไม่อยากให้พลาดเลยเชียว และเพราะเป็นเบนโตะทำพิเศษ จึงต้องสั่งจองล่วงหน้าก่อนนะคะ

ที่สำคัญอีกอย่าง เราจะไปกันถึงสุดฝั่งตะวันออกของเอเชียเลยทีเดียว ก็ต้องถ่ายรูปสักหน่อยค่ะ เหล่าแฟนคลับรถไฟจำนวนมากต่างมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกที่สถานี Higashi Nemuro แห่งนี้ค่ะ ด้วยความที่ชานชาลาของสถานีนี้เป็นไม้ไม่ใช่คอนกรีตเหมือนทั่วไป แถมยังไม่มีตึกสถานีด้วย ได้บรรยากาศมากเลยว่าไหมคะ และหากนั่งต่อไปอีกหนึ่งสถานี ก็จะถึงสุดทางรถไฟซึ่งไม่ได้มีให้เห็นกันง่าย ๆ ด้วยค่ะ ถือว่าน่าไปให้ได้สักครั้ง


<เว็บไซต์> https://nemuro-hokkaido.com/scenery/hanasaki-line/
<การเดินทาง> จากสนามบิน Kushiro นั่งบัส 45 นาที มายังสถานี JR Kushiro หรือจากสถานีซัปโปโร นั่งรถไฟ Limited Espress ใช้เวลา 4 ชั่วโมง
<รายละเอียด Hanasaki Line> จาก JR Kushiro Station ถึง Nemuro Station ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง มีตู้รถไฟ 1 ตู้ จำนวน 55 ที่นั่ง เป็นที่นั่งแบบไม่ต้องจองทั้งหมด


【จุดชมดอกบ๊วยชื่อดังริมทะเลสาบโทยะ】

ผ่อนคลายไปกับวิวธรรมชาติสวยๆ อย่างดอกบ๊วยสวนโซเบ็ตสึ (Sobetsu Park Plum Garden) ใกล้กับทะเลสาบโทยะ (Lake Toya/Toya-ko) ซึ่งที่นี่เป็นจุดท่องเที่ยวยอดฮิตทั้งในหมู่ชาวต่างชาติและคนฮอกไกโดท้องถิ่น นอกจากเห็นวิวทะเลสาบโทยะได้แบบงามจับจิตจับใจแล้ว ดอกบ๊วยที่นี่ก็ดังมากๆ ถ้าใครไปถึงจุดชมวิวแล้วก็จะมองเห็นทะเลสาบโทยะ ภูเขาอุสึ (Mount Usu/Usu-zan) ภูเขาโชวะ (Showa-shinzan) อยู่ในระยะใกล้ และถ้ามองไปไกลๆ ก็จะเห็นภูเขาโยเท (Mount Yotei) เทือกเขานิเซโกะ (Niseko Volcanic Group) และโรงแรม The Windsor Hotel Toya ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่จัดงาน 34th G8 summit ในปี 2008 ด้วย


บอกเลยว่าดอกบ๊วยที่บานสะพรั่งกว่า 300 ต้น ทำให้เห็นเนินเขาด้านหนึ่งเป็นสีชมพูระเรื่อสวยสุดๆ ดูเผินๆ อาจจะคล้ายดอกซากุระ แต่จุดที่ต่างกันคือดอกบ๊วยจะมีปลายกลีบที่กลมกว่า และมีกลิ่นหอมที่ฟุ้งชัดกว่าซากุระค่ะ ถ้าใครอยากมาชมดอกบ๊วยที่สวนโซเบ็ตสึ แนะนำให้แพลนมาช่วงต้นถึงกลางเดือนพฤษภาคม รับรองว่าไม่ผิดหวัง


<การเดินทาง> ขับรถประมาณ 2 ชั่วโมงจากเมืองซัปโปโร (Sapporo) หรือ ขับรถจากสนามบินชินจิโตเสะ (New Chitose Airport) หรือ ขับรถจากหมู่บ้านออนเซ็นทะเลสาบโทยะ (Lake Toya Hot Spring)
<ที่อยู่> Higashikohan, Sobetsu, Usu District, Hokkaido
*หมายเหตุ โปรดระวังว่าช่วงฤดูหนาว (ราวพฤศจิกายนถึงเมษายน) สวนจะปิดค่ะ

PAGE TOP